AVATAR ROBOT – DESIGN

จาก Concept การใช้งานของหุ่น

  • หุ่นตั้งอยู่ในบริเวณที่จัดไว้ให้
  • ลูกค้าสั่งเมนูผ่าน Avatar Robot ที่ถูกควบคุมโดยผู้พิการจากระยะไกล
  • ผุ้พิการให้บริการแก่ลูกค้าและส่ง order ให้กับคนชงกาแฟ

วิเคราห์โจทย์เพื่อออกแบบ

  • ใช้งานง่าย – ควบคุมได้ด้วยปุ่มเดียว ไม่ซับซ้อน
    • การออกแบบเน้นความเรียบง่ายและใช้งานได้จริง ผู้ใช้สามารถควบคุมการทำงานทั้งหมดได้ด้วยเพียงปุ่มเดียว ลดความซับซ้อนในการใช้งาน และช่วยให้ทุกคนสามารถเริ่มต้นใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านการฝึกอบรมที่ยุ่งยาก
  • เป็นมิตรและเข้าถึงได้ – มีตาแสดงอารมณ์ สื่อถึงความรู้สึกเหมือนมีชีวิต​
    • ตัวต้นแบบได้รับการออกแบบให้มีลักษณะเป็นมิตรต่อผู้ใช้ โดยมี “ดวงตาแสดงอารมณ์” ที่สามารถเปลี่ยนสีหรือรูปแบบเพื่อสะท้อนความรู้สึก เช่น ยิ้ม แปลกใจ หรือดีใจ ทำให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนกำลังสื่อสารกับสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องจักร
  • โต้ตอบธรรมชาติ – สามารถหันหัวและตัวเพื่อตอบสนองลูกค้า
    • ระบบสามารถเคลื่อนไหวส่วนหัวและลำตัวได้อย่างอิสระ เพื่อตอบสนองต่อการมีปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้ เช่น การหันไปตามทิศทางเสียงหรือการเคลื่อนไหวของลูกค้า ทำให้การโต้ตอบดูเป็นธรรมชาติและสมจริงมากขึ้น คล้ายกับการสื่อสารระหว่างมนุษย์
  • โทนสีอบอุ่น – ขาวสบายตา ผสมส้มที่สื่อถึงพลัง ความกระตือรือร้น และเป็นสีประจำ FIBO
    • การเลือกใช้โทนสีขาวเป็นพื้นหลักช่วยให้ภาพรวมดูสะอาด สบายตา และทันสมัย เสริมด้วยสีส้มที่เป็นเอกลักษณ์ของ FIBO เพื่อสื่อถึงพลัง ความกระตือรือร้น และความอบอุ่นของการต้อนรับผู้ใช้ สีทั้งสองทำงานร่วมกันเพื่อสร้างอัตลักษณ์ที่จดจำง่ายและเป็นมิตร

การออกแบบให้หุ่นสามารถขยับหัวและลำตัวพร้อมกับการกระพริบตาได้ ช่วยสร้างประสบการณ์การโต้ตอบที่เป็นธรรมชาติและอบอุ่นยิ่งขึ้นต่อผู้ใช้งาน การเคลื่อนไหวของหัวและตัวทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าหุ่นมีชีวิต มีความตั้งใจฟัง และตอบสนองต่อสิ่งรอบข้างอย่างมีจิตใจ ขณะเดียวกัน การกระพริบตาเป็นองค์ประกอบเล็ก ๆ ที่ช่วยเสริมความสมจริง ลดความรู้สึกแข็งกระด้างของเครื่องจักร และทำให้ผู้ใช้รู้สึกสบายใจที่จะเข้าหา

ในเชิงระบบ การทำให้หุ่นเคลื่อนไหวได้อย่างประสานต้องอาศัยการประมวลผลจากเซ็นเซอร์หลายตัวและระบบควบคุมที่แม่นยำ เพื่อให้การตอบสนองเป็นไปอย่างราบรื่นและสอดคล้องกับบริบทของการใช้งาน การเคลื่อนไหวเหล่านี้ไม่เพียงเพิ่มมิติทางอารมณ์ แต่ยังสะท้อนถึงความฉลาดของระบบที่สามารถเชื่อมโยงระหว่างการตรวจจับ การตัดสินใจ และการแสดงออกได้อย่างกลมกลืน ส่งผลให้ผู้ใช้งานรู้สึกถึงความเป็นมิตรและไว้วางใจในเทคโนโลยีมากขึ้น

ภาพนี้แสดงรายละเอียดเชิงกลของหุ่นต้นแบบ โดยเน้นการออกแบบให้มีโครงสร้างที่เข้าใจง่าย และรองรับการทำงานของระบบต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว

ส่วนหัวของหุ่นได้รับการออกแบบให้ติดตั้งกล้องและไมโครโฟนไว้ด้านหน้า เพื่อให้สามารถตรวจจับภาพและเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับการจดจำใบหน้า การสื่อสาร หรือการตอบสนองต่อเสียงของผู้ใช้งาน ด้านหน้าของหัวมีจุดยึดจอแสดงผล ซึ่งใช้สำหรับแสดงดวงตาหรืออารมณ์ของหุ่น ช่วยให้การโต้ตอบเป็นมิตรและดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

ภายในส่วนคอมีจุดติดตั้งมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการหมุนและการก้มเงยของหัว ทำให้หุ่นสามารถหันมามองผู้ใช้งานหรือสิ่งรอบข้างได้อย่างเป็นธรรมชาติ บริเวณด้านหน้าของลำตัวมีสวิตช์เรียกใช้งานหลัก เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสั่งเปิดหรือเริ่มต้นระบบได้ง่ายโดยตรง

ส่วนฐานของหุ่นถูกออกแบบให้เป็นกล่องโครงสร้างที่มั่นคง ภายในมีพื้นที่สำหรับติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่น บอร์ดควบคุม แหล่งจ่ายไฟ และระบบระบายความร้อน เพื่อให้ทุกองค์ประกอบทำงานร่วมกันได้อย่างมีเสถียรภาพ

โดยรวมแล้ว การออกแบบเชิงกลนี้สะท้อนแนวคิด “เป็นมิตร ใช้งานง่าย และบำรุงรักษาได้สะดวก” ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาหุ่นต้นแบบเพื่อการโต้ตอบและบริการผู้ใช้อย่างเป็นธรรมชาติ

การเลือกใช้เทคนิค 3D Printing สำหรับสร้างชิ้นส่วนทางกลของหุ่นในโครงการนี้ มีเหตุผลสำคัญหลายประการที่ช่วยให้กระบวนการพัฒนาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ยืดหยุ่น และเหมาะสมกับลักษณะของต้นแบบ

ก่อนอื่น เนื่องจากระยะเวลาในการพัฒนาโครงการมีจำกัด การขึ้นรูปด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติช่วยให้สามารถผลิตชิ้นส่วนที่ซับซ้อนได้ภายในเวลาอันสั้น โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการสร้างแม่พิมพ์หรือใช้เครื่องจักรกลหนักแบบดั้งเดิม ทำให้สามารถปรับแก้แบบและทดสอบฟังก์ชันได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในช่วงต้นของการวิจัยและพัฒนา

นอกจากนี้ 3D Printing ยังเปิดโอกาสให้ทีมออกแบบสามารถสร้างชิ้นส่วนที่มีรูปทรงซับซ้อน เช่น โครงภายในหรือจุดยึดมอเตอร์ที่มีองศาเฉพาะได้อย่างแม่นยำ โดยใช้วัสดุ PETG ซึ่งมีความแข็งแรง ทนความร้อน และยืดหยุ่นในระดับที่เหมาะสมต่อการประกอบหุ่นยนต์ ช่วยให้ชิ้นงานมีความทนทานต่อแรงกระแทกและสามารถใช้งานจริงได้ในระยะยาว

อีกทั้งกระบวนการนี้ยังช่วยให้สามารถผลิตชิ้นส่วนตามขนาดที่ต้องการแบบเฉพาะตัว (customized) ได้ทันที โดยไม่ต้องพึ่งผู้ผลิตภายนอก ส่งผลให้ทีมสามารถควบคุมคุณภาพ ปรับเปลี่ยนแบบ หรือเพิ่มฟังก์ชันใหม่ได้ตามความต้องการของระบบอย่างอิสระ

ดังนั้น การเลือกใช้เทคนิค 3D Printing จึงไม่เพียงตอบโจทย์ด้านเวลา แต่ยังช่วยให้การออกแบบและการผลิตมีความยืดหยุ่น ควบคุมต้นทุนได้ดี และรองรับการพัฒนาในเชิงทดลองและนวัตกรรมได้อย่างสมบูรณ์